+Management for Productivity
27 June, 2012
21 June, 2012
13 June, 2012
07 June, 2012
รายงานการวิจัย การวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยสาธารณะ สำหรับนักศึกษาคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก (Analyzing the Appropriateness of Public Space for Faculty of Fine Arts and Architecture Students)
รายงานการวิจัย
การวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยสาธารณะสำหรับนักศึกษาคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก
(Analyzing the Appropriateness of Public Space for Faculty of Fine Arts and Architecture Students)
ผู้วิจัย นายปกรณ์ ลวกุล
(โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา งบประมาณผลประโยชน์ (งานวิจัยในชั้นเรียน) พ.ศ. 2554 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยสาธารณะสำหรับนักศึกษา คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก เป็นงานวิจัยในชั้นเรียน เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยจริงในปีการศึกษา 2553-2554 เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐานอาคารเรียนของ สกอ.
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ บริเวณอาคารเรียน และอาคารบริการภายในคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสำรวจทางกายภาพการใช้พื้นที่ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ระยะเวลาดำเนินการวิจัย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน ปีการศึกษา 2554
ผลการวิจัยพบว่า
1) สภาพการใช้พื้นที่สาธารณะที่เป็นห้องเรียนโดยภาพรวมเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ใช้งานได้จริง คิดเป็น ร้อยละ 117 โดยห้องเรียนเขียนแบบ มีปริมาณการใช้พื้นที่สูงที่สุด ร้อยละ 148 รองลงมาคือ ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ร้อยละ 111 และ โรงฝึกปฏิบัติงาน ร้อยละ 92
2) ผลการวิจัยสรุปรวมความต้องการพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการเรียนการสอน เพิ่มเติม จำนวน 4 ห้อง คิดเป็นพื้นที่ 418 ตร.ม.
3) พื้นที่เพิ่มเติมตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา คิดเป็น ร้อยละ 44 ของพื้นที่เดิมที่สามารถใช้งานได้จริง
4) พื้นที่จำเป็นเร่งด่วน ในภาคการศึกษาที่ 2/2554 เป็นต้นไปนั้น ได้แก่พื้นที่ห้องเรียนบรรยาย และห้องเรียนเขียนแบบ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก เป็นหน่วยงานจัดตั้งในรูปแบบขององค์กรเสมือน (Virtual Organization) ดำเนินการตามภารกิจหลักของหน่วยงานในระดับอุดมศึกษา 4 ด้าน คือ 1) ด้านการจัดการเรียนการสอน 2) ด้านการวิจัย 3) ด้านการบริการวิชาการแก่ชุมชน และ 4) ด้าการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังดำเนินการด้านการประกันคุณภาพการศึกษา โดยเปิดการสอนเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี สาขาออกแบบอุตสาหกรรม สังกัดคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรสาขาการออกแบบเครื่องเรือน 4 ปี จำนวน 1 ห้องเรียน ปัจจุบันในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2554 มีจำนวนนักศึกษารวม 4 ชั้นปี จำนวน 110 คน จำนวนบุคลากรของคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์มีจำนวน 10 คน จำแนกเป็น ข้าราชการประจำสายสอน จำนวน 5 คน พนักงานมหาวิทยาลัยอัตราจ้าง สายสอน จำนวน 2 คน สายสนับสนุน จำนวน 3 คน
พื้นที่ใช้สอยของคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปัจจุบันมีอาคารเรียนและฝึกปฏิบัติการ จำนวน 2 หลัง คือ 1) อาคารโรงฝึกงานสาขาวิชาออกแบบเครื่องเรือน 1 หลัง 2) อาคารเรียนและสำนักงาน 1 หลัง และมีพื้นที่สวนสาธารณะและที่จอดรถ 1 พื้นที่ หากพิจารณาจากหลักการจัดตั้งหน่วยงานในรูปแบบขององค์กรเสมือน (Virtual Organization) แล้ว พบว่า ยังขาดพื้นที่ใช้สอยสำคัญที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติงาน การวิจัยโครงงาน การทบทวนบทเรียน และกิจกรรมนักศึกษาอื่นๆ ในส่วนต่างๆอีกมาก การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยสาธารณะสำหรับนักศึกษา คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก ในภาคการศึกษาที่ 2/2553 และภาคการศึกษาที่ 1/2554 เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจวางแผนการใช้อาคารเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยดำเนินการศึกษาและตรวจสอบความถูกต้องกับหน่วยงานที่ใช้อาคารนั้น พร้อมกันนี้ได้ดำเนินการสำรวจอาคารเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่ห้องเรียนแต่ละอาคาร เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณหาอัตราการใช้ห้องและอัตราการใช้พื้นที่ห้อง โดยข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอน ได้แก่ วิชาที่ทำการสอน จำนวนชั่วโมงที่ใช้ห้องและจำนวนนักศึกษา ที่ลงทะเบียนเรียนจริง
วัตถุประสงค์ในการดำเนินการวิจัย
เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยสาธารณะสำหรับนักศึกษา คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก
ขอบเขตของการวิจัย
ศึกษาวิจัยพื้นที่ใช้สอยสาธารณะสำหรับนักศึกษา คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก ในภาคการศึกษาที่ 2/2553 และภาคการศึกษาที่ 1/2554
กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย
บริเวณอาคารเรียน อาคารฝึกงาน และอาคารบริการ คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก
วิธีการดำเนินงานวิจัย
รูปแบบการวิจัย การวิจัยครั้งครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยจริง ในภาคการศึกษาที่ 2/2553 และภาคการศึกษาที่ 1/2554 เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐานอาคารเรียนของ สกอ.
กลุ่มตัวอย่าง คือ บริเวณอาคารเรียน และอาคารบริการภายในคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสำรวจ
การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การประมวลผลด้วย
- โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลทางกายภาพ
- วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นต้น
ระยะเวลาการดำเนินงาน
เวลาในการปฏิบัติงานวิจัย 16 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2554 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2554
นิยามศัพท์ที่ใช้ในการวิจัย
1.5.1 พื้นที่ใช้สอยสาธารณะ หมายถึง บริเวณที่เป็นพื้นที่สำหรับการศึกษา การฝึกปฏิบัติงาน ได้แก่ ห้องเรียนบรรยาย ห้องเรียนเขียนแบบ ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ โรงฝึกปฏิบัติงาน
สรุปผลการวิจัย
จากการวิจัยเพื่อวิเคราะห์การใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะสำหรับนักศึกษาคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ สรุปผลการวิจัย และมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
สรุปผลการวิจัย
1) สภาพการใช้พื้นที่สาธารณะที่เป็นห้องเรียนโดยภาพรวม เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ใช้งานได้จริง คิดเป็น ร้อยละ 117 โดยห้องเรียนเขียนแบบ มีปริมาณการใช้พื้นที่สูงที่สุด ร้อยละ 148 รองลงมาคือ ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ร้อยละ 111 และ โรงฝึกปฏิบัติงาน ร้อยละ 92
2) ผลการวิจัยสรุปรวมความต้องการพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการเรียนการสอน เพิ่มเติม จำนวน 4 ห้อง คิดเป็นพื้นที่ 418 ตร.ม.
3) พื้นที่เพิ่มเติมตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา คิดเป็น ร้อยละ 44 ของพื้นที่เดิมที่สามารถใช้งานได้จริง
4) พื้นที่จำเป็นเร่งด่วน ในภาคการศึกษาที่ 2/2554 เป็นต้นไปนั้น ได้แก่พื้นที่ห้องเรียนบรรยาย และห้องเรียนเขียนแบบ
ข้อเสนอแนะ
1) การบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะสำหรับนักศึกษาคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ ยังมีความต้องการอยู่ในระดับสูง โดยหากเปรียบเทียบกับพื้นที่ห้องเรียนที่มีอยู่เดิม พบว่า มีความต้องพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานถึง ร้อยละ 44 ของพื้นที่เดิม เห็นควรพิจารณานำเสนอเพื่อขออนุมัติโครงการปรับปรุงต่อเติมอาคารเดิมที่เป็นอาคารสำนักงาน ซึ่งยังมีพื้นที่ว่าง และอาจต่อเติมพื้นที่ภายในโรงฝึกงานเป็นห้องอื่นๆเพิ่มเติม
2) การวิจัยครั้งนี้ได้พิจารณาวิเคราะห์เพียงห้องเรียนที่มีอยู่เดิม โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามมาตรฐานเท่านั้น ในส่วนของพื้นที่สาธารณะอื่นที่มีความจำเป็นในการเรียน การประกอบกิจกรรมของนักศึกษาส่วนอื่นๆ ก็ยังมีความจำเป็นอยู่มาก เช่น ห้องสมุด ห้องทบทวนบทเรียน ห้องปฏิบัติงานโครงการ ห้องสโมสรนักศึกษา ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ห้องประชุม-สัมมนา เป็นต้น
3) การออกแบบปรับปรุงต่อเติมอาคารที่มีอยู่เดิม ควรจะได้พิจารณาถึงความต้องการองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ประกอบด้วย ความต้องการพื้นที่จอดยานพาหนะ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนตร์ ความต้องการพื้นที่สวนสาธารณะของนักศึกษา
4) จากการวิจัยพบว่า บริเวณป้ายชื่อคณะฯ ยังมีขนาดที่ไม่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพความเป็นคณะวิชา อีกทั้งสภาพทางเข้า-ออก ยังไม่ชัดเจน เห็นควรเสนอให้มีการออกแบบป้ายชื่อคณะฯให้มีเอกภาพ มีการออกแบบทางเข้าที่เป็นทางการ โดยอาจออกแบบพื้นที่ทางเข้าให้สัมพันธ์กับพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการผลงานของอาจารย์และนักศึกษาให้สอดคล้องกัน
29 May, 2012
03 May, 2012
Subscribe to:
Posts (Atom)





